เส้นทางสู่บัลลงดอร์ ของ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์มหัศจรรย์ – ตอนที่ 1

26 ธ.ค.    SBOBET reasonable
ธ.ค. 26

เส้นทางสู่บัลลงดอร์ ของ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์มหัศจรรย์ – ตอนที่ 1

ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ชาวโครเอเชียจากราชันชุดขาว เรอัล มาดริด
ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กลายเป็นนักเตะโครแอตคนแรกที่คว้ารางวัล บัลลงดอร์
มาได้สำเร็จ ซึ่งโมดริช ถือเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 10 ปี ที่ไม่ใช่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่สลับกันเป็นเจ้าของรางวัลดังกล่าว

ผลงานอันยอดเยี่ยมของ โมดริช มิดฟิลด์วัย 33 ปี ที่พา เรอัล มาดริด ต้นสังกัด
คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา
รวมถึงการพาทีมชาติโครเอเชียเข้าไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย
ทำให้เจ้าตัวได้คะแนนโหวตสูงถึง 753 คะแนน ชนะอดีตเพื่อนร่วมสโมสรอย่าง
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แชมป์บัลลงดอร์ 5 สมัย ที่ได้ไป 476 คะแนน อย่างขาดลอย

การเดินทางของเขา กว่าจะมาถึงจุดสูงสุดของอาชีพนักฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องราวที่ราบรื่น
แต่มันกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ นานาตั้งแต่วัยเด็กของเขาเลยทีเดียว
จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปย้อนดูกันเลย

บ้านเกิดแห่งสงคราม

ลูก้า โมดริช เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1985 ในหมู่บ้านโมดริชี่ ประเทศโครเอเชีย
เขาเกิดมาในครอบครัวผู้ลี้ภัยจากเซอร์เบียในช่วงสงคราม
แม่ของเขาทำงานเป็นคนงานทอผ้า ส่วนพ่อ
เป็นทหารช่างซ่อมเครื่องยนต์ในกองทัพโครเอเชีย

ด้วยวัยเพียง 6 ขวบ โมดริช ต้องเติบมาท่ามกลางความเจ็บปวด เนื่องจากในปี 1991
เกิดสงครามระหว่าง ยูโกสลาเวีย และโครเชียที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ
หมู่บ้านของพวกเขาโดนโจมตีอย่างหนักจากชาวเซิร์บ
จนสูญเสียคุณปู่จากความรุนแรงในครั้งนั้น ครอบครัวของเขากลายเป็นผู้ลี้ภัย
และต้องอพยพหนีตายไปอยู่ที่โรงแรมโคโลแวร์ ในเมืองซาดาร์ เป็นเวลา 7 ปี

ที่ เมืองซาดาร์ นี่เองที่กลายเป็นสถานที่ที่ โมดริช เริ่มหัดเล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรก
ตลอดระยะเวลาหลายปี ท่ามกลางระเบิดที่ถูกทิ้งมานับไม่ถ้วน
พวกเขาต้องอยู่ในฐานะยากจน ไร้ที่อยู่ ขาดแคลนเสื้อผ้า เหลือเพียงแต่ฟุตบอล
ที่กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดจากสงคราม
เขาฝึกซ้อมมันทุกวันอยู่ที่ลานจอดรถของโรงแรมและฉายแววเด่นขึ้นเรื่อยๆ

เล่นฟุตบอลจริงจัง

หลังหมดยุคสงคราม โมดริช ได้หันมาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง
จากการสนับสนุนจากพ่ออย่างเต็มที่โดยริ่มต้นจากการเข้าไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่น ในอะคาเดมี่ของ เอ็นเค ซาดาร์ก่อนเข้าไปคัดเลือดกับทีมเยาวชนของ ไฮย์ดุ๊ค สปลิท แต่เหมือนชะตากลั่นแกล้งเมื่อสโมสรปฏิเสธเขาโดยให้เหตุผลว่าเขาตัวเล็กเกินไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยจึงทำให้เขาได้เซ็นสัญญากับ ดินาโม ซาเกร็บ
ในปี 2003 ก่อนจะถูกปล่อยไปเก็บประสบการณ์กับ ซรินสกี้ มอสตาร์
สโมสรในบอสเนียฯ ด้วยสัญญายืมตัว ต่อด้วย อินเตอร์ ซาเปรชิช
สโมสรลีกบ้านเกิดในปีต่อมา และกลับสู่ต้นสังกัดแท้จริงในปี 2005
พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 10 ปี ก่อนที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต

  • ติดตามอ่านเรื่องราวของโมดริช ในตอนที่ 2 –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *